ภาพประกอบเกี่ยวกับ PLUS
รวมวิธีถอนเงิน 2569
ในปี 2569 นี้ วิธีการถอนเงิน ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากจากยุคก่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และ โมบายแบงก์กิ้ง ที่ทำให้การเข้าถึงเงินสดสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม วิธีดั้งเดิมอย่างการเดินทางไปที่สาขาธนาคารหรือการใช้ ตู้ ATM ยังคงมีอยู่ แต่ตอนนี้มีตัวเลือกที่หลากหลายจนผู้ใช้บริการสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องพกบัตรหรือสมุดบัญชีอีกต่อไป
เริ่มจากวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน นั่นคือ การถอนเงินไม่ใช้บัตร ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ เช่น K PLUS (ธนาคารกสิกรไทย), Krungthai NEXT (ธนาคารกรุงไทย) และ SCB EASY App (ธนาคารไทยพาณิชย์) กระบวนการนี้เรียบง่ายมาก: ผู้ใช้เพียงเปิดแอป เลือกเมนูถอนเงินไม่ใช้บัตรหรือบริการที่คล้ายกัน ระบุจำนวนเงิน จากนั้นระบบจะสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ขึ้นมาให้ นำรหัสหรือ QR นี้ไปสแกนที่ ตู้ ATM ของธนาคารตนหรือในเครือข่ายที่ร่วมมือกัน โดยไม่จำเป็นต้องใส่บัตร ATM จริงๆ เลย ข้อดีของ ธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน แบบนี้คือความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เพราะลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยหรือคลอนบัตร และยังเป็นการ ยืนยันตัวตน ผ่านแอปที่ล็อกอินไว้แล้ว ซึ่งบางแอปอาจผนวก เทคโนโลยีตรวจสอบใบหน้า หรือลายนิ้วมือเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ ธุรกรรมทางการเงิน มั่นใจได้มากขึ้น
นอกจากถอนเงินที่ตู้ ATM แล้ว อีกช่องทางสำคัญคือ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือที่เรียกกันว่า แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ซึ่งขยายเครือข่ายไปยังร้านค้าทั่วไป เช่น ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลสาขาธนาคารหรือตู้ ATM โดยผู้ใช้สามารถถอนเงินผ่านแอปของธนาคาร เช่น สร้าง QR Code เพื่อให้พนักงานร้านสแกนและจ่ายเงินสดให้ได้ทันที หรือบางกรณีอาจใช้เพียงเลขบัญชีและ บัตรประชาชน เพื่อ ยืนยันตัวตน ก็สามารถทำ ธุรกรรมการเงิน ได้แล้ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี
สำหรับลูกค้าธนาคารใหญ่ๆ อย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีช่องทางเฉพาะเพิ่มเติม เช่น การไปที่ จุดบริการ SCB Service ซึ่งไม่ใช่สาขาเต็มรูปแบบแต่สามารถทำธุรกรรมพื้นฐานได้ รวมถึงการ ถอนเงินที่สาขา โดยไม่ต้องใช้สมุดบัญชีจริง แต่ใช้การยืนยันตัวตนผ่านแอปและบัตรประชาชนแทน ซึ่งตอบโจทย์ การถอนเงินไม่ใช้สมุดบัญชี
ภาพประกอบเกี่ยวกับ Krungthai
เช็คค่าธรรมเนียมและวงเงิน
เมื่อพูดถึง การถอนเงิน ในยุค ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ปี 2026 การ เช็คค่าธรรมเนียมและวงเงิน ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนกดเงินสดออกมาใช้ ไม่ว่าคุณจะใช้ช่องทาง K PLUS, Krungthai NEXT, SCB EASY App หรือแม้แต่ ตู้ ATM แบบดั้งเดิม การรู้รายละเอียดเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยป้องกันการถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด และวางแผนการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มจาก ค่าธรรมเนียม ก่อน ปัจจุบันธนาคารใหญ่ๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, และ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีนโยบายที่ชัดเจนสำหรับ ธุรกรรมทางการเงิน ผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะบริการยอดนิยมอย่าง การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ ถอนเงินไม่ใช้สมุดบัญชี ตัวอย่างเช่น การสร้าง รหัสถอนเงิน หรือใช้ QR Code ไปสแกนที่ ตู้ ATM ของเครือข่ายตัวเอง มักจะ ไม่เสียค่าธรรมเนียม สำหรับลูกค้าของธนาคารนั้นๆ แต่ต้องระวัง! หากคุณใช้ตู้ ATM ของธนาคารอื่น แม้จะผ่านกระบวนการ สแกน QR ที่ตู้ ATM ก็อาจถูกคิดค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารได้ ซึ่งในปี 2026 ค่าธรรมเนียมนี้ยังคงมีอยู่และอาจปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบายของแต่ละแห่ง ดังนั้น ก่อนกดเงินทุกครั้ง แอป โมบายแบงก์กิ้ง อย่าง K PLUS จะมีหน้าต่างแจ้งเตือนค่าธรรมเนียมให้คุณยืนยันอีกครั้ง นี่คือจุดที่คุณไม่ควรข้ามผ่านอย่างเด็ดขาด
ส่วน วงเงินถอน ก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน วงเงินนี้มักถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับช่องทางและระดับการ ยืนยันตัวตน** ของคุณ วงเงินต่อวันผ่านแอปพลิเคชัน: สำหรับบริการ ถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ (เช่น ตู้เอทีเอ็มในร้านสะดวกซื้อ) และการสร้างรหัส QR เพื่อถอนที่ตู้ ATM จะมีวงเงินสูงสุดต่อวัน ซึ่งอาจอยู่ที่ 30,000 - 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าในบัญชีและนโยบายของธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อาจให้วงเงินที่แตกต่างจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงินต่อธุรกรรม: แต่ละครั้งที่คุณสร้าง รหัสถอนเงิน หรือสร้าง QR Code มักจะมีวงเงินสูงสุดต่อครั้ง (เช่น 20,000 บาท) หากต้องการถอนเงินมากกว่านั้น คุณอาจต้องทำธุรกรรมหลายครั้ง หรือใช้ช่องทางอื่น * วงเงินที่สาขาธนาคารหรือจุดบริการ: การ ถอนเงินที่สาขา โดยตรง หรือที่ จุดบริการ SCB Service ด้วย บัตรประชาชน และการ ยืนยันตัวตน แบบเต็มรูปแบบ (บางแห่งอาจใช้ เทคโนโลยีตรวจสอบใบหน้า) มักให้วงเงินที่สูงกว่ามาก เพราะถือเป็น บริการทางการเงิน แบบพบหน้า และมีความเสี่ยงต่ำกว่าสำหรับธนาคาร
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างการ เช็คค่าธรรมเนียมและวงเงิน แบบเรียลไทม์ สมมติว่าคุณเป็นลูกค้า SCB และต้องการถอนเงิน 25,000 บาท คุณเปิดแอป SCB EASY App เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" แอปจะขอให้คุณตั้ง รหัสถอนเงิน และเลือกจำนวนเงิน ขั้นตอนต่อมา แอปจะแสดงหน้าสรุปธุรกรรมที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึง: 1. จำนวนเงินที่ต้องการถอน 2. ค่าธรรมเนียม (ในกรณีนี้มักจะเป็น "0 บาท" หากใช้ตู้ SCB หรือเครือข่ายที่ร่วมรายการ) 3. วงเงินคงเหลือ ที่คุณสามารถถอนได้ในวันนั้น 4. สถานที่แนะนำสำหรับตู้ ATM ที่ให้บริการฟรี ข้อมูลนี้คือ "ใบรับประกัน" ชิ้นสำคัญก่อนที่คุณจะเดินไปยังตู้ ATM เพื่อ สแกน QR Code และรับเงินสดออกมา
นอกจากช่องทางดิจิทัลแล้ว การใช้ ตู้ ATM ด้วยบัตรเดบิตโดยตรงก็ยังมีค่าธรรมเนียมและวงเงินที่ต้องตรวจสอบ เช่น การถอนข้ามธนาคาร หรือการถอนในต่างประเทศ ซึ่งค่าธรรมเนียมอาจสูงขึ้นได้ การเข้าใจ เส้นทางเงิน ของตัวเองในแต่ละ ธุรกรรมการเงิน จึงช่วยประหยัดได้ไม่น้อย
ในบริบทที่กว้างขึ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับ วงเงิน และการเคลื่อนไหวของเงินสดจำนวนมากยังเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมที่สำคัญ เช่น การทุจริตทางการเมือง หน่วยงานอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ พรรคการเมือง ต่างให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ เส้นทางเงิน ที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เลือกตั้ง เพื่อป้องกัน กลโกงเลือกตั้ง และ การซื้อเสียง ผ่าน หัวคะแนน แม้ว่าจะเป็นคนละมิติกับ บริการธนาคาร สำหรับประชาชนทั่วไป แต่หลักการเดียวกันก็คือ การตระหนักรู้ถึงการไหลเวียนของเงินสดและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เป็นพื้นฐานของความโปร่งใสและความปลอดภัยในทุก วงจรเงินสด ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือระดับประเทศ
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเลือก วิธีกดเงินสด แบบใดในยุคนี้ ขอให้ฝึกนิสัยการ เช็คค่าธรรมเนียมและวงเงิน ให้เป็นขั้นตอนแรกเสมอ ข้อมูลนี้หาได้ง่ายในแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง ของคุณ หรือสอบถามจากฝ่ายบริการลูกค้าของธนาคาร การรู้ข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนทำ ธุรกรรมทางการเงิน ใดๆ จะช่วยให้คุณควบคุม บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ได้อย่างชาญฉลาด และใช้ บริการทางการเงิน อันทันสมัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง